วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
หนี้เงินกู้นอกระบบ
เราได้ไปกู้เงินจากคนแถวบ้านเป็นจำนวนเงิน 46,000 โดยผู้ให้กู้คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน ตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคม 2552 เราก็ได้จ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 4,600 บาท มาจนถึงเดือนพฤษภาคม 2553 หลังจากนั้นได้ทำการตกลงกับผู้ให้กู้ ขอผ่อนชำระคืนเงินต้นพร้อมกับเสนอให้ดอกเบี้ยอีก 14,000 บาท รวมเป็นเงินที่ต้องชำระทั้งสิ้น 60,000 บาท แต่ขอผ่อนชำระเป็นรายเดือน ๆ ละ 5,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน โดยวันที่ได้พูดคุยกันนั้น ผู้ให้กู้ยินยอมและให้ลงรายละเอียดไว้ พอถึงกำหนดชำระในวันที่ 3 ก.ค. 53 เราได้นำเงินงวดแรกไปชำระปรากฏว่า ผู้ให้กู้ขอยกเลิกข้อตกลงทั้งหมด โดยให้ชำระดอกเบี้ยเดือนละ 4,600 บาทเช่นเดิม จนกว่าจะหาเงินต้นทั้งหมดมาคืนให้ได้ เราจึงอยากทราบว่า เราควรจะทำอย่างไรต่อไป และยังจำเป็นจะต้องชำระดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือนเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ เนื่องจากเราอยากจะชำระเงินต้นคืนด้วยวิธีผ่อนชำระดังที่ได้เคยตกลงไว้แล้ว กรณีนี้ผู้ให้กู้มีสิทธิฟ้องร้องผู้กู้ได้หรือไม่
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
การกู้ยืมเงินโดยมีการเรียกดอกเบี้ยแก่กัน ย่อมอยู่ภายใต้บังคับ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2478 และ ป.พ.พ. มาตรา 654 ที่ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ15 ต่อปี หรือร้อยละ 1.25 ต่อเดือน เมื่อเจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้จากท่านอัตราร้อยละ10 ต่อเดือนจึงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดดังกล่าว ดอกเบี้ยนี้จึงย่อมตกเป็นโมฆะเสียทั้งหมด เนื่องจากมีวัตถุประสงค์เรียกดอกเบี้ยกู้ยืมเงินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ดังนั้นผู้ให้กู้จึงไม่มีสิทธิ์เรียกดอกเบี้ยสำหรับหนี้เงินกู้จากท่านได้แต่เพียงเรียกให้ท่านชำระเพียงต้นเงินกู้เมื่อท่านผิดนัดชำระหนี้ และเรียกดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดร้อยละ 7.5 ต่อปีได้ตามกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา 224 ฉะนั้น ท่านจึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือนตามที่ผู้ให้กู้เรียกร้องย่อมได้ เจ้าหนี้ไปฟ้องเรียกร้องหนี้เงินกู้เอาเอง ซึ่งเขามีสิทธิเรียกร้องได้แต่เพียงต้นเงินกู้เท่านั้นกับดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย โดยท่านสามารถไปตกลงจ่ายต้นเงินที่ศาลได้ แต่ในส่วนของดอกเบี้ยที่ท่านได้ชำระเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้แก่เจ้าหนี้ไปแล้ว ท่านไม่มีสิทธิเรียกคืน หรือขอให้นำมาหักกับต้นเงิน เนื่องจากเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ เสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 407
ตัวบทกฎหมายอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ
มาตรา 224 หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้นท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดการพิสูจน์ค่าเสียหายอย่างอื่นนอกกว่านั้น ท่านอนุญาตให้พิสูจน์ได้
มาตรา 407 บุคคลใดได้กระทำการอันใดตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ท่านว่าบุคคลผู้นั้นหามีสิทธิจะได้รับคืนทรัพย์ไม่
มาตรา 654 ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น