วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เดอร์ด
-รายได้ 20,000บาทขึ้นไป
-อายุงาน 4 เดือนขึ้นไป
วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เครดิตกสิกรไทย
1.สำเนาบัตรประชาชน
2.ใบเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย(50ทวิ) ปี52 มีรายได้มากกว่า 240000บาทต่อปีขึ้นไป
วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553
paypal
1a หลังจากเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อแล้ว ลูกค้าของคุณจะคลิกที่คำว่า ชำระเงินกับ PayPal บนเว็บไซต์ของคุณ วิธีนี้จะอนุญาตให้ลูกค้าของคุณข้ามขั้นตอนการป้อนข้อมูลการส่งและการออกใบเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว
1b การรวบรวมข้อมูลจุดที่ 1
คุณทำการติดต่อแบบ API (อินเตอร์เฟซการเขียนโปรแกรม) เพื่อส่งผ่านรายละเอียดการทำรายการให้กับ PayPal หลังจากนั้น คุณจะโอนลูกค้าให้กับ PayPal ผ่านทาง HTTP ลูกค้าของคุณจะถูกโอนไปให้กับ PayPal
2a ลูกค้าของคุณเลือกที่อยู่สำหรับส่งสินค้าและวิธีการชำระเงินที่จัดเก็บไว้กับ PayPal
2b ลูกค้าของคุณคลิกที่ ดำเนินการชำระเงินต่อ เพื่ออนุมัติการใช้ PayPal และกลับไปที่เว็บไซต์ของคุณ
2c การรวบรวมข้อมูลจุดที่ 2
ลูกค้าของคุณจะถูกโอนกลับไปที่เว็บไซต์ของคุณ PayPal โอนลูกค้าผ่านทาง HTTP หลังจากนั้นคุณจะทำการติดต่อด้วย API เพื่อเรียกคืนรายละเอียดการทำรายการ เช่น ที่อยู่สำหรับส่งสินค้า ที่อยู่อีเมลและข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการสั่งซื้อสินค้าของคุณ
3a ลูกค้าของคุณดำเนินการชำระเงินเสร็จบนเว็บไซต์ของคุณ ตรวจสอบการสั่งซื้อสินค้าและทำการสั่งซื้อสินค้า
3b การรวบรวมข้อมูลจุดที่ 3
เมื่อลูกค้าของคุณสั่งซื้อสินค้า คุณจะติดต่อทาง API กับ PayPal เพื่อเรียกชำระเงิน (ลูกค้าของคุณไม่เห็นขั้นตอนนี้) การทำรายการชำระเงินจะเริ่มต้นขึ้น และ PayPal จะส่งใบเสร็จรับเงินผ่านอีเมลสำหรับการชำระเงินให้กับลูกค้าของคุณ
4 คุณโอนลูกค้าของคุณไปที่หน้าการยืนยันการสั่งซื้อสินค้า
วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
การปล่อยเงินกู้นอกระบบ
แท็กซี่โดนชก เย็บ 2 เข็ม
คุณเอือก สมาชิกรหัส R31589 ได้เข้ามาร้องทุกข์ที่ทนายคลายทุกข์ โดยมีเรื่องราวมาเล่าให้ฟังว่า
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2550 กลางคืน เวลาประมาณ 22.00 น. ข้าพเจ้าได้กำลังขับแท็กซี่อยู่แถวถนนลาดพร้าว สะพาน 1 โดยข้าพเจ้าวิ่งอยู่เลนขวา และมีรถแท็กซี่เขียวเหลือง ทะเบียน มง-3003 กรุงเทพมหานคร ได้วิ่งอยู่เลนซ้าย และในขณะเดียวกัน แท็กซี่คันดังกล่าวก็เห็นว่าเลนซ้ายมีรถจอดอยู่ จึงเบี่ยงมาทางขวา และได้มาเบียดกระจกรถของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็คิดว่าไม่เป็นไร เพราะว่าข้าพเจ้าเป็นฝ่ายถูก จึงไม่ได้จอดรถ
หลังจากนั้นวิ่งมาติดไฟแดงที่แยกภาวนา ข้าพเจ้าจึงลงจากรถไปปรับกระจกมองข้างที่โดนเบียด และคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวก็เดินลงมาจากรถและมาต่อยหน้าข้าพเจ้า 2 ครั้ง ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ต่อสู้แต่อย่างใด และบอกกับแท็กซี่คนนั้นว่า ?คุณต่อยผมจนเลือดไหล เดี๋ยวไปคุยกันที่โรงพัก? พอจะขับรถไปโรงพัก แท็กซี่คันดังกล่าวก็ขับหนีไปเลย หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ไปแจ้งความ และไปหาหมอที่ รพ.วชิรพยาบาล เย็บ 2 เข็ม และคางบวม และแขนบวม
จึงได้มาปรึกษาอาจารย์ว่าควรจะทำอย่างไรดี
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
คดีนี้ ผู้กระทำความผิดมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 295 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการสืบหาเจ้าของรถที่กรมการขนส่งทางบก และให้ตำรวจออกหมายเรียกมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
หนี้นอกระบบ/รัฐออกใบอนุญาตเจ้าแม่เงินกู้
รายละเอียดรายงานข่าว
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมี แนวคิดจะออกใบอนุญาตให้แก่ ผู้ประกอบการ หรือเอกชนที่ต้องการทำธุรกรรมการเงินกับระดับฐานราก หรือไมโครไฟแนนซ์ เพื่อดึงธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบเข้ามาอยู่ในกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง ทั้งนี้ จะต้องมีการวางระเบียบกฎเกณฑ์ชัดเจนในการขึ้นทะเบียนเพื่อขอใบอนุญาตจากทางการ
“มีความเป็นไปได้สูงที่อาจให้ ไลเซนส์แก่เจ้าหนี้ บุคคล หรือผู้ประกอบการที่ต้องการจะมีอาชีพปล่อยเงินกู้ ถ้าใครอยากมีอาชีพนี้จะต้องมาขึ้นทะเบียน และจะมีการออกใบอนุญาตให้ เพื่อสร้าง ผู้ประกอบการขึ้นมารองรับกับปัญหาดังกล่าว” นายกรณ์ กล่าว
รมว.คลัง กล่าวว่า นอกจากนี้จะหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อผลักดันแผนแม่บททางการเงิน เพื่อสนับสนุนให้หนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบมากขึ้น เพราะผลการศึกษาของธปท. พบว่ามีประชาชน 10% ของประชากรทั้งหมดที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้ รวมทั้งจะประสานความร่วมมือเพื่อแก้พ.ร.บ.สินเชื่อส่วนบุคคลให้ครอบคลุมเรื่องการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรมด้วย
“ผมจะนัดหารือกับผู้บริหารของธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเข้ามาแก้ไขหนี้ของประชาชนผู้มีรายได้ต่ำแต่ละราย และจัดสรรวงเงินไปทดแทนหนี้นอกระบบเมื่อมีการโอนเข้ามา โดยรูปธรรมการดำเนินการจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้” นายกรณ์ กล่าว
สำหรับการเจรจากับเจ้าหนี้นอกระบบนั้น จะต้องอาศัยกลไกนักการเมือง ผู้นำในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐในระดับท้องถิ่นเข้ามาช่วยเป็นตัวกลางเจรจาต่อรองระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ขณะที่ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินจะพิจารณาว่าจะรับภาระช่วยเหลือได้เท่าใด
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ค้ำประกันเงินกู้นอกระบบ
สมาชิกทนายคลายทุกข์โทรศัพท์มาขอคำปรึกษาเรื่อง ไปค้ำประกันเงินกู้นอกระบบให้เพื่อน ไม่มีเงินจ่ายจะทำอย่างไรดี
สมาชิกเล่าว่า เพื่อนมีปัญหาทางด้านการเงิน ต้องการให้หาแหล่งเงินทุนให้ ผมจึงไปติดต่อนายทุนเงินกู้นอกระบบ เพื่อขอกู้เงินให้เพื่อน จำนวน 5,000 บาท โดยผู้ให้กู้เป็นผู้มีอิทธิพลในเขตพื้นที่และรับราชการเป็นตำรวจ
เพื่อนไปทำสัญญากู้ยืมเอาไว้กับผู้ให้กู้ และให้ผมเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้จำนวนดังกล่าว ต่อมาเพื่อนไม่ยอมส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ผมในฐานะผู้ค้ำประกันก็ต้องส่งดอกเบี้ยแทน
ช่วงแรกก็ส่งดอกเบี้ยแทนเพื่อน แต่เนื่องจากผมกำลังประสบปัญหาเรื่องการเงินเพราะเนื่องจากตกงาน แต่เจ้าหนี้ก็ส่งคนมาทวงหนี้ ข่มขู่ต่าง ๆ นานา ผมกลุ้มใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรกลัวก็กลัว ช่วยให้แนะนำผมด้วยนะครับ
คำแนะนำ
กรณีดังกล่าวข้างต้น ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดร่วมกับผู้กู้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 ทางที่ดีแนะนำให้คุณไปคุยกับเพื่อนให้หาเงินพร้อมดอกเบี้ยไปชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ เพราะหนี้นอกระบบถ้าไม่ยอมชำระหนี้ก็ต้องถูกข่มขู่ตลอดเวลา
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 680 อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
หนี้เงินกู้นอกระบบ
เราได้ไปกู้เงินจากคนแถวบ้านเป็นจำนวนเงิน 46,000 โดยผู้ให้กู้คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน ตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคม 2552 เราก็ได้จ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 4,600 บาท มาจนถึงเดือนพฤษภาคม 2553 หลังจากนั้นได้ทำการตกลงกับผู้ให้กู้ ขอผ่อนชำระคืนเงินต้นพร้อมกับเสนอให้ดอกเบี้ยอีก 14,000 บาท รวมเป็นเงินที่ต้องชำระทั้งสิ้น 60,000 บาท แต่ขอผ่อนชำระเป็นรายเดือน ๆ ละ 5,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน โดยวันที่ได้พูดคุยกันนั้น ผู้ให้กู้ยินยอมและให้ลงรายละเอียดไว้ พอถึงกำหนดชำระในวันที่ 3 ก.ค. 53 เราได้นำเงินงวดแรกไปชำระปรากฏว่า ผู้ให้กู้ขอยกเลิกข้อตกลงทั้งหมด โดยให้ชำระดอกเบี้ยเดือนละ 4,600 บาทเช่นเดิม จนกว่าจะหาเงินต้นทั้งหมดมาคืนให้ได้ เราจึงอยากทราบว่า เราควรจะทำอย่างไรต่อไป และยังจำเป็นจะต้องชำระดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือนเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ เนื่องจากเราอยากจะชำระเงินต้นคืนด้วยวิธีผ่อนชำระดังที่ได้เคยตกลงไว้แล้ว กรณีนี้ผู้ให้กู้มีสิทธิฟ้องร้องผู้กู้ได้หรือไม่
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
การกู้ยืมเงินโดยมีการเรียกดอกเบี้ยแก่กัน ย่อมอยู่ภายใต้บังคับ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2478 และ ป.พ.พ. มาตรา 654 ที่ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ15 ต่อปี หรือร้อยละ 1.25 ต่อเดือน เมื่อเจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้จากท่านอัตราร้อยละ10 ต่อเดือนจึงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดดังกล่าว ดอกเบี้ยนี้จึงย่อมตกเป็นโมฆะเสียทั้งหมด เนื่องจากมีวัตถุประสงค์เรียกดอกเบี้ยกู้ยืมเงินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ดังนั้นผู้ให้กู้จึงไม่มีสิทธิ์เรียกดอกเบี้ยสำหรับหนี้เงินกู้จากท่านได้แต่เพียงเรียกให้ท่านชำระเพียงต้นเงินกู้เมื่อท่านผิดนัดชำระหนี้ และเรียกดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดร้อยละ 7.5 ต่อปีได้ตามกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา 224 ฉะนั้น ท่านจึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือนตามที่ผู้ให้กู้เรียกร้องย่อมได้ เจ้าหนี้ไปฟ้องเรียกร้องหนี้เงินกู้เอาเอง ซึ่งเขามีสิทธิเรียกร้องได้แต่เพียงต้นเงินกู้เท่านั้นกับดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย โดยท่านสามารถไปตกลงจ่ายต้นเงินที่ศาลได้ แต่ในส่วนของดอกเบี้ยที่ท่านได้ชำระเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้แก่เจ้าหนี้ไปแล้ว ท่านไม่มีสิทธิเรียกคืน หรือขอให้นำมาหักกับต้นเงิน เนื่องจากเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ เสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 407
ตัวบทกฎหมายอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ
มาตรา 224 หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้นท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดการพิสูจน์ค่าเสียหายอย่างอื่นนอกกว่านั้น ท่านอนุญาตให้พิสูจน์ได้
มาตรา 407 บุคคลใดได้กระทำการอันใดตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ท่านว่าบุคคลผู้นั้นหามีสิทธิจะได้รับคืนทรัพย์ไม่
มาตรา 654 ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี
วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ทีละก้าว...บนเส้นทางกำจัดหนี้
*******==============*******
ขอขอบคุณแนวทางและข้อมูลดีๆ จากหนังสือ "MONEY DIY จัดการระเบียบการเงินให้